15
ม.ค.
ปืนกระสุนด้าน!อาร์เซน่อลเจาะพาเลซไม่เข้าเปิดบ้านแบ่งแต้มเจ๊าโนสกอร์


8e6ea62dde388e3ab7647d9d8100d48b.jpg

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ทำได้แค่เพียงเปิดบ้านแบ่งแต้มกับ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ด้วยผลเสมอ 0-0 ทำให้ อาร์เซน่อล ยังรั้งที่ 11 ตามเดิม ขณะที่ พาเลซ อยู่ที่ 13 ไม่เปลี่ยนแปลง ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564
อาร์เซน่อล 0 - 0 คริสตัล พาเลซ


สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมเลือดกระทิงดุ พาทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล กลับมาอยู่ในฟอร์มสุดบรรเจิดอีกครั้งหลังคว้าชัย 4 นัดติด โดยเป็นเกมล่าสุดดับฝัน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-0 ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3 ส่วนเกมลีกก่อนหน้านั้น ไล่ทุบเชลซี 3-1 ต่อด้วยเฉือนหวิว ไบรท์ตัน 1-0 และ สาดกระสุนไม่ยั้งแก่ เวสต์บรอมวิช 4-0

การจัดทีมใช้ระบบ 4-2-3-1 แผงหลัง ดาวิด ลุยซ์ กับ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ลงตัวจริงผนึกกำแพงหล็กกับ เอกตอร์ เบเยริน โดยมี ร็อบ โฮลดิ้ง กับ ดานี่ เซบายอส เล่นกลางต่ำช่วยเกมรับไม่ประมาท บูกาโย ซาก้า, เอมิล สมิธ โรว์ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง เล่นหน้าต่ำหนุน อเลซ็องดร์ ลากาแซตต์ ยืนเป้าสังหาร

ฝั่ง "ปราสาทเรือแก้ว" คริสตัล พาเลซ โดย รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมจอมเก๋าพาทีมชนะได้เพียงแค่เกมเดียวจาก 7 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ โดยเกมลีกนัดล่าสุดเปิดบ้านคว้าชัยเหนือ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 ส่วนผลงานในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 ออกไปแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1

พาเลซ เปิดหน้าสู้ใช้ระบบ 4-4-2 โดยฝากความหวังล่าตาข่ายไว้กับ วิลฟรีด ซาฮา กับ คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ยืนหน้าคู่ผนึกคมปิดสกอร์


เริ่มการแข่งขันในครึ่งเวลาแรกก้าวมาถึงนาทีที่ 4 อาร์เซน่อล เปิดหน้าทักทายก่อน กรานิต ชาคา เปิดบอลไปถึง เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ที่เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวาในกรอบเขตโทษพาเลซแล้วจับบอลลงก่อนจะเลือกยิงมุมแคบแต่ยังไม่ดีพอบอลไปเข้ามือ บิเซนเต้ ไกวต้า ที่ยืนตำแหน่งดีรับไว้ไร้ปัญหา

เกมเปิดแลกกันอย่างสนุก นาทีที่ 9 เป็นพาเลซได้สวนกลับ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ มีโอกาสตั้งป้อมปั่นด้วยเท้าซ้ายกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลา แต่ดันคุมน้ำหนักและทิศทางไม่ดีบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 15 พาเลซได้ลูกฟรีคิกกลางกรอบเขตโทษระยะเกือบ 25 หลา เป็น เอเบเรชี่ เอเซ่ รับหน้าที่ยิงแต่ทำได้ไม่ดีบอลเหินข้ามห่างประตูไปไกล

นาทีที่ 20 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นเปิดสกอร์แรกจากจังหวะได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บูกาโย ซาก้า เปิดยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่โดนแข้งทีมเยือนโขกเคลียร์ออกไปได้แต่ยังไปเข้าทาง ดานี่ เซบายอส ที่เก็บบอลไว้ได้แล้วส่งต่อให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ไปทางฝั่งซ้ายก่อนจะแต่บอลเข้าเท้าขวากดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบแต่ บิเซนเต้ ไกวต้า นายด่านพาเลซยังปัดไว้ได้แล้วตามมาเก็บบอลไว้ได้ในจังหวะสอง

สองนาทีถัดมาเป็นทีของ พาเลซ บ้างเมื่อ ซาฮา ทำชิ่งกับ เบนเตเก้ ก่อน ซาฮา ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากลากจี้เข้าไปในเขตโทษอาร์เซน่อลแล้วได้ง้างเท้าซัดแต่ยังมี กรานิต ชาคา ที่ควบตามมาล้มตัวบล็อกเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 27 พาเลซ บุกขึ้นมาอีกครั้งและได้ลุ้น เอเบเรชี่ เอเซ่ จ่ายบอลจากแดนตนเองผ่านไปถึง คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้ก้มหน้าหวดบอลแต่เบาเกินไปกลายเป็นเหมือนกับส่งเข้ามือ แบรนด์ เลโน่ รับไว้ไม่มีพลาด

นาทีถัดมา ทัพปืนใหญ่สวนกลับคืนมาบ้างบอลไปอยู่ที่ เบเยริน เติมขึ้นไปสุดริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะเปิดบอลโด่งลอยไปเสาไกลเข้าหัว โอบาเมยอง ได้โขกย้อนเข้ามาอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่าน ไกวต้า ที่ออกมาชกบอลเคลียร์พ้นเขตอันตราย

จังหวะต่อเนื่อง ปราสาทเรือนแก้ว สวนกลับขึ้นมาและเกือบได้ประตูบอลเลยมาอยู่ที่ ไทริก มิตเชลล์ ก่อนเปิดหักข้อย้อนมาให้ เบนเตเก้ ได้ยืนซัดเน้นๆ แต่บอลดันกลับเหินข้ามคานออกไปทำเอาเจ้าตัวถึงกับไม่เชื่อสายตาตัวเองในผลงานที่พึ่งทำออกไป

นาทีที่ 32 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย บูกาโย ซาก้า เปิดแรงเลยไปทางเสาไกลมี ดาวิด ลุยซ์ ที่เติมขึ้นมารอโขกเดี๋ยวๆ แต่ก็ยังไปเข้ามือ ไกวต้า ที่ยืนตำแหน่งดีคว้าไว้ได้อีกครั้ง

พาเลซ เกือบได้ประตูขึ้นนำ นาทีที่ 38 จากลูกฟรีคิกมุมกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลา เอเบเรชี่ เอเซ่ เปิดโด่งไปเข้าหัว เจมส์ ทอมกิ้นส์ แถวๆ เส้น 6 หลาได้โขกเน้นๆ แต่บอลเจ้ากรรมกลับพุ่งไปชนคานอย่างจัง แต่ยังกระดอนมาเข้าทาง เบนเตเก้ ที่ยืนอยู่พอดีแล้วได้ซ้ำจังหวะสองแต่ก็ยังไปติดบล็อก เอกตอร์ เบเยริน ก่อนที่ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส จะรีบหวดเคลียร์บอลออกไปได้

ทีมเยือนหวิดเปิดสกอร์แรกได้อีกครั้งนาทีที่ 42 ไทริก มิตเชลล์ ได้หลุดขึ้นมาเปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งซ้ายเลยไปเข้าหัว เบนเตเก้ ที่เบียดโหม่งเอาชนะ ดาวิด ลุยซ์ ลูกบอลพุ่งแรงทำท่าจะเบียดเสาแต่ไม่ผ่านมือ แบรนด์ เลโน่ ที่พุ่งปัดสุดมือบอลยังไปเข้าทาง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ที่พยายามเปิดยัดกลับเข้ามาอีกครั้งแต่กลับไปเข้ามือ เลโน่ รับไว้ได้ ทัพปืนใหญ่รอดพ้นจากการเสียประตูท้ายเกมไปได้อย่างเสียวไส้

หมดเวลาครึ่งแรก อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ พาเลซ 0-0

มาลุ้นกันต่อในครึ่งเวลาหลังทั้งสองฝั่งยังคงไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เพียงแค่นาทีที่ 46 อาร์เซน่อล สร้างความหวือหวา เอกตอร์ เบเยริน เติมเกมขึ้นมาได้หวดเต็มข้อระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งส่ายแรงแต่กลับหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

สองนาทีถัดมาทัพปืนโตยังคงสร้างโอกาสขุดสกอร์แรกอีกครั้งเมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บูกาโย ซาก้า เปิดโด่งมาเข้าหัว ร็อบ โฮลดิ้ง ได้ขึ้นโหม่งแต่เหมือนจะไม่ถนัดบอลกดลงพื้นแล้วค่อยๆ ไหลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 55 อาร์เซน่อล โหมบุกอย่างหนักและได้เสียวไส้ เมตแลนด์-ไนล์ส เติมขึ้นไปเปิดบอลทางฝั่งขวาย้อนมาให้ โอบาเมยอง ได้กึ่งยิงกึ่งส่งไปให้ ลากาแซตต์ ที่รับบอลแล้วหมุนตัวกดเน้นๆ แต่บอลกลับเช้าข้างตาข่าย แต่จังหวะนี้มีสัญญาณธงจากผู้ช่วยผู้ตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้าในจังหวะที่ เมตแลนด์-ไนล์ส เล่นบอล

อาร์เซน่อล ครองเกมบุกมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดและได้ลุ้นอีกครั้ง นาทีที่ 63 ร็อบ โฮลดิ้ง เติมขึ้นมาตัดบอลได้ก่อนจะส่งให้ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ที่โซโล่เดี่ยวแหวกผ่านแข้งพาเลซเข้าไปซัดเต็มข้อบอลพุ่งแรงแต่ไปตรงตัว ไกวต้า ยืนนิ่งรับเข้าซองไว้ได้ไม่กระฉอก และนั้นเป็นจังหวะสุดท้ายของ เมตแลนด์-ไนล์ส ก่อนจะถูกเปลี่ยนออกโดยเอา นิโกล่าส์ เปเป้ ลงมาเล่นแทนในอีกสองนาทีต่อมา

นาทีที่ 67 หวิดมีมวยเมื่อ ดาวิด ลุยซ์ ไปเตะตัดขา วิลฟรีด ซาฮา แบบไร้บอลจากทางด้านหลังแถมยังเอาเขาไปกระแทกหน้า ซาฮา อีกด้วยทำเอาดาวยิงพาเลซลุกขึ้นมาจะเอาเรื่องแต่เพื่อนร่วมทีมรีบเข้ามาห้าม ส่วน ลุยซ์ รับ ใบเหลืองจาก อันเดร มาร์ริเนอร์ ท่านเปาเกมนี้ไปตามระเบียบ

สองนาทีถัดมา อาร์เซน่อล ถอด ดานี่ เซบายอส ออกแล้วตัดสินใจส่ง โธมัส ปาร์เตย์ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 70 พาเลซ ได้ลุ้นบ้างจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เปิดไปเข้าหัว เบนเตเก้ ที่พยายามโขกเล่นทางบอลพุ่งไปโดนเข่า เจมส์ แม็คอาเธอร์ กลับกลายเป็นเปลี่ยนทางไปตรงตัว เลโน่ คว้าไว้ได้สบาย

4 นาทีต่อมา ทัพปืนใหญ่สร้างความเสียวไส้อีกครั้งจากลูกเตะมุม บูกาโย ซาก้า เปิดโด่งไปเข้าหัว โฮลดิ้ง ที่ลอยตัวโขกเต็มๆ แต่ทิศทางยังไม่ใช่บอลหลุดออกเฉียดเสาไกลไปอีกหน

นาทีที่ 83 เอมิล สมิธ โรว์ ได้วิ่งเข้ามาหวดเน้นๆ กลางกรอบเขตโทษเกือบ 25 หลาบอลพุ่งตรงกรอบแต่ไปติดบล็อก

นาทีที่ 85 พาเลซโต้กลับไว วิลฟรีด ซาฮา ได้บอลแล้วใช้ความเร็วกระชากลากเข้าไปในเขตโทษอาร์เซน่อลโดยมี ร็อบ โฮลดิ้ง ตามเข้ามาเบียดแย้งทำให้ ซาฮา ล้มลงแต่ผู้ตัดสินยังปล่อยให้เกมดำเนินต่อไปจนบอลตาย และได้มีการตรวจสอบวีเออาร์จากห้องควบคุมแจ้ง อันเดร มาร์ริเนอร์ มาทางอุปกรณ์สื่อสารว่าจังหวะดังกล่าวไม่มีการฟาวน์เกิดขึ้น

นาทีที่ 89 อาร์เซน่อลได้ลูกฟรีคิก บูกาโย ซาก้า เปิดโด่งยัดเข้าไปในเขตโทษพาเลซ ไกวต้า กระโดดชกบอลออกไปได้แต่มาเข้าทาง เปเป้ ได้ซ้ำดาบสองเกือบ 30 หลาแต่บอลเหินข้ามคานออกไปหมดลุ้น

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเกิดขึ้น จบเกม อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ คริสตัล พาเลซ ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

อาร์เซน่อล ยังรั้งที่ 11 ตามเดิมมีเพิ่มขึ้นมาเป็น 24 คะแนน ส่วน พาเลซ อยู่ที่ 13 ไม่ขยับมีเพิ่มเป็น 23 คะแนนเท่ากับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ผลต่างประตูได้เสีย ลีดส์ดีกว่า



รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : แบรนด์ เลโน่ - เอกตอร์ เบเยริน, ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส (นิโกล่าส์ เปเป้ น.65) - กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส (โธมัส ปาร์เตย์ น.69) - บูกาโย ซาก้า, เอมิล สมิธ โรว์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง - อเลซ็องดร์ ลากาแซตต์ (เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ น.81)
ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ ไกวต้า - โจเอล วอร์ด, ชีกู คูยาเต้, เจมส์ ทอมกิ้นส์, ไทริก มิตเชลล์ - แอนดรอส ทาวน์เซนด์, ลูก้า มิลิโวเยวิช (เจมส์ แม็คคาร์ธี่ น.89), เจมส์ แม็คอาเธอร์, เอเบเรชี่ เอเซ่ - วิลฟรีด ซาฮา, คริสติย็อง เบนเตเก้ (จอร์แดน อายิว น.81)
ผู้จัดการทีม : รอย ฮอดจ์สัน

ผู้ตัดสิน : อันเดร มาร์ริเนอร์

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.