7
ก.พ.
บาร์เซโลน่าน้ำตาตก! 'วิลเลี่ยมส์' แสบโขกทดเจ็บช่วยบิลเบาเบียดชัยในถิ่นศึกโกปาฯ
114


"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ถึงกับน้ำตาตกในกันเลยทีเดียวหลัง โดย อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ โหม่งประตูชัยนาทีที่ 90+3 ช่วย แอธ.บิลเบา เปิดบ้านคว้าชัยไปอย่างสุดมัน 1-0 ในศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ สเปน (รอบ 8 ทีมสุดท้าย) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล โกปา เดล เรย์ สเปน
(รอบ 8 ทีมสุดท้าย)
วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563
แอธเลติก บิลเบา 1 - 0 บาร์เซโลน่า


สนาม : ซาน มาเมส บาร์เรีย

กาอิซก้า การิตาโน่ เทรนเนอร์แอธเลติก บิลเบา พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะจุดโทษเตเนรีเฟ่ ก่อนแพ้เคตาเฟ่ 0-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 5 เกม

ด้าน กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์บาร์เซโลน่า พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่มเลกาเนส 5-0 ก่อนชนะเลบันเต้ 2-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นชัยชนะ 2 นัดติด ทำให้หายใจโล่งขึ้นหน่อย

ครึ่งเวลาแรกผ่านพ้นมาถึงนาทีที่ 18 บาร์ซ่า ได้ลุ้น จอร์ดี้ อัลบา เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนเปิดย้อนมาให้ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงบอลไวทันทีแต่ดันไปติดบล็อคผู้เล่นบิลเบากระเด้งออกไปไกล

บาร์เซโลน่า ครองบอลได้มากกว่า นาทีที่ 22 เมสซี่ กระชากเดี่ยวขึ้นไปทางฝั่งขวาหนี อันเดร์ กาป้า แผงหลังบิลเบาที่พยายามดึงจากด้านหลังแต่เอาไม่อยู่ ผู้ตัดสินปล่อยให้เป็นลูกได้เปรียบแต่ เมสซี่ ก็พาบอลไปติด อูไน นูนเญซ ที่เข้ามาตัดบอลไว้ได้เป็นด่านสุดท้าย

ดูเหมือนทีมเยือนจะครองเกมไว้ได้ทั้งหมดทำเอา แอธ.บิลเบา เจ้าบ้านถึงกับลงไปรับในแดนตัวเองทั้ง 11 คนเลยทีเดียว และได้แต่เตะบอลทิ้งเพียงอย่างเดียวในจังหวะเกมบุกของบาร์เซโลน่า

นาทีที่ 29 เมสซี่ เปิดบอลโด่งยัดเข้าไปในเขตโทษบิลเบาหวังให้ จอร์ดี้ อัลบา แต่แรงเกินไปส่งผลให้บอลหลุดออกหลังหมดลุ้น

นาทีที่ 31 บิลเบา ได้ลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาระยะประมาณ 30 หลา อีเกร์ มูเนียอิน เปิดโด่งเข้าไปในเขตโทษบาร์ซ่าก่อนบอลตกลงพื้นแล้วหลุดออกหลังไปผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกตั้งเตะจากเขตประตู แต่เมื่อดูภาพช้าแล้วจะเห็นว่าบอลไปโดนปลายเท้าของ เคราร์ด ปีเก้ ที่ล้มตัวจิ้มออกไป ทำเอาผู้เล่นเจ้าบ้านวิ่งกรูกันเข้าไป สอบถาม ฆวน มาร์ติเนซ ท่านเปาเกมนี้กันยกใหญ่

นาทีถัดมา บิลเบา หวิดได้ประตูจากลูกส้มหล่นเมื่อ มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น นายด่านบาร์ซ่าเปิดบอลไม่ดีแล้วโดน ราอูล การ์เซีย ตัดบอลได้หน้ากรอบ 18 หลาก่อน การ์เซีย ตัดสินใจซัดไวทันทีแต่โดนไม่ดีบอลเหินข้ามคานออกไม่ถึงหลา

บิลเบา ทำเกมบุกได้มากขึ้นนาทีที่ 35 ได้ลุ้นอีกครั้ง อันเดร์ กาป้า เติมเกมขึ้นมาเปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งขวาลอยโด่งไปเสาไกลเข้าหัว ราอูล การ์เซีย ได้โหม่งเต็มๆ แต่ดันไปตรงตัว มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น รับเข้าซองไว้ได้ไร้ปัญหา

นาทีที่ 39 ลิโอเนล เมสซี่ โดนใบเหลืองจากกรณีไปเสียบใส่ ราอูล การ์เซีย หลังเสียงนกหวีดยาวให้บาร์ซ่าได้ลูกล้ำหน้า และในเหตุการณ์เดียวกัน จอร์ดี้ อัลบา โดนใบเหลืองไปอีกคนโทษฐานเข้าไปคัดค้านการตัดสินของ ฆวน มาร์ติเนซ ผู้ชี้ขาดในเกมนี้ในจังหวะดังกล่าว

นาทีที่ 44 บาร์ซ่าได้ลูกฟรีคิกกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 19 หลาจากจังหวะกระชากเดียวพาบอลลุยเข้าไปของ เมสซี่ แล้วโดน เยราย อัลบาเรซ เตะตัดฟาวล์ และเป็น เมสซี่ ที่ลุกขึ้นมาซัดฟรีคิกยิงไปติดกำแพงของแข้งบิลเบากระเด้งออกไป

จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า ที่ครองเกมได้มากกว่าแต่ยังคงเจาะประตู แอธ.บิลเบาไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0

มาลุ้นกันต่อในครึ่งเวลาหลังผ่านพ้นมาถึงนาทีที่ 52 เกมหยุดไปชั่วขณะจากจังหวะที่ มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ออกมาตัดบอลนอกเขตแล้วไปชนกับ เคราร์ด ปีเก้ ที่วิ่งถอยมาเพื่อพยายามกันบอลจาก อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ศูนย์หน้าบิลเบา แต่ปีเก้ ก็ลุกขึ้นมาเล่นต่อได้หลังจากนั้นไม่นาน

นาทีที่ 57 เฟร็งกี้ เดอ ยอง แข้งบาร์ซ่าโดนใบเหลืองอีกใบเมื่อหลุดเดียวเข้าไปดวลกับ อูไน ซิโมน นายด่านเจ้าบ้านที่พุ่งเข้ามาตัดบอล แต่ เดอ ยอง พยายามพุ่งตบตาผู้ตัดสินแต่ไม่ได้ผลทำให้ถูกคาดโทษไปตามระเบียบ

และจากจังหวะหยุดเกมนาทีเดียวกัน บาร์เซโลน่า เปลี่ยนตัว อองตวน กรีซมันน์ ลงมาแทน อันซู ฟาตี

นาทีที่ 62 กรีซมันน์ ได้สัมผัสบอลแรกด้วยการหวดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษพอดีจากการส่งให้ของ เมสซี่ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

นาทีที่ 65 เสียงฮือฮาในสนามดังกระหึ่มเมื่อ เฟร็งกี้ เดอ ยอง แข้งบาร์ซ่ารับบอลชิ่งจาก กรีซมันน์ แล้ว เดอ ยอง ถูกกระแทกล้มลงในเขตโทษแต่ผู้ตัดสินส่งสัญญาณมือว่าไม่ฟาวล์

นาทีที่ 67 บาร์ซ่าได้ลุ้นอีกครั้ง เมสซี่เปิดบอลโด่งไปให้ จอร์ดี้ อัลบา ทางฝั่งซ้ายที่จับบอลลงแล้วตัดสินใจแปยัดมุมแคบแต่ไม่ผ่านมือ อูไน ซิโมน ที่ยืนรอรับไร้ปัญหา

นาทีถัดมาเป็น บิลเบา ตอบโต้กลับมาบ้าง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ได้ตั้งป้อมกดบอลเน้นๆ ทางฝั่งขวาในกรอบเขตโทษบาร์ซ่าแต่ไม่ผ่านบล็อคของ เคราร์ด ปีเก้ ที่ล้มตัวขวางไว้ทัน

นาทีที่ 69 บาร์ซ่า พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ เซร์จี้ โรเบร์โต้ เปิดบอลเลียดจากทางฝั่งขวาเกือบสุดริมเส้นย้อนไปถึง อองตวน กรีซมันน์ ที่วิ่งเข้ามาแปเน้นๆ ระยะประมาณ 15 หลาแต่ดันไปติดเซฟของ อูไน ซิโมน ที่ล้มตัวใช้ขาป้องกันออกไปได้

นาทีที่ 72 ปีเก้ ปราการหลังบาร์ซ่าโดนใบเหลืองไปอีกคนเมื่อไปดึงเสื้อ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่กระชากบอลพยายามหนีเข้าไปเปิดบอลทางฝั่งขวา และเมื่อดูจากภาพช้าต้องเรียกได้ว่า "เสื้อแทบขาด"

จากจังหวะต่อเนื่องบิลเบาได้ลูกฟรีคิกและ ราอูล การ์เซีย ได้ขึ้นโขกไปติดหัวแข้งบาร์ซ่าแต่ผู้ตัดสินกลับชี้ให้เป็นลูกออกหลัง บาร์ซ่า ได้ตั้งเตะขึ้นมาจากเขตประตู

นาทีที่ 79 เกมต้องหยุดไปชั่วขณะะเมื่อ ปีเก้ มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวแพทย์ประจำทีมต้องลงมาดูอาการและบาร์เซโลน่าเปลี่ยนตัวออกทันทีโดยส่ง ซามูแอล อุมติตี้ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 82 อาร์ตูร์ แข้งบาร์ซ่าถูกใบเหลืองไปอีกคนเมื่อไปกางแขนฟาดเข้าใส่หน้า อาริตซ์ อาดูริซ ศูนย์หน้าบิลเบา

นาทีที่ 88 บาร์เซโลน่า พลาดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ อาร์ตูร์ ผ่านบอลให้ เมสซี่ หลุดเขาไปยิงหักข้อด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดแต่ถูกปฏิเสธสกอร์โดย อูไน ซิโมน ที่ล้มตัวใช้เท้าเคลียร์บอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 90 ฝั่ง แอธ.บิลเบา ก็ได้ลุ้นบวกสกอร์เช่นกันเมื่อ วิลเลี่ยมส์ ได้กระโดดแปบอลเกือบสุดริมเส้นฝั่งซ้ายเจ้าตัวพยายามบังคับทิศทางให้เข้ากรอบประตูแต่ทรงตัวไม่อยู่ส่งผลให้บอลหลุดออกข้างตาข่าย

แต่แล้วช่วงชดเชยเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90+3 เสียงเชียร์แฟนบอลเจ้าถิ่นดังกระหึ่มลั่นสนามเมื่อบิลเบา ทำประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเปิดบอลทางฝั่งขวาของ อิไบ โกเมซ ไปเข้าหัว อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่โหม่งเสยส่งบอลพุ่งตรงไปฝั่งเสาไกลตกกระดอนลงพื้นก่อนเข้าไปอย่างสวยงาม

นาทีที่ 90+5 บาร์ซ่าได้ลูกฟรีคิกเกือบกลางสนาม มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น นายด่านทีมเยือนถึงกับเติมขึ้นมาลุ้นช่วยทำประตูในจังหวะนี้แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเปิดบอลลึกไปเข้ามือ อูไน ซิโมน กระโดดคว้าไว้ได้ และ ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาแข่งขันทันที

จบเกม แอธเลติก บิลเบา เปิดบ้านปราบซ่า บาร์เซโลน่า ไปอย่างสุดมัน 1-0 ส่งผลให้ บิลเบา ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ หรือ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป ขณะที่ บาร์เซโลน่า ต้องกลายเป็นยักษ์ล้มตกรอบตาม เรอัล มาดริด ที่แข่งจบไปก่อนหน้า


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แอธเลติก บิลเบา (3-4-2-1) : อูไน ซิโมน - เยราย อัลบาเรซ, อูไน นูนเญซ, อินญีโก้ มาร์ติเนซ - อันเดร์ กาป้า, ดานี่ การ์เซีย, มิเกล เบสก้า (มิเกล ซาน โฆเซ่ น.66), ยูริ เบร์ชิเช่ - ราอูล การ์เซีย (อิไบ โกเมซ น.89), อีเกร์ มูเนียอิน (อาริตซ์ อาดูริซ น.77) - อินญากี้ วิลเลี่ยมส์
เทรนเนอร์ : กาอิซก้า การิตาโน่

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น - เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้ (ซามูแอล อุมติตี้ น.80), เกลมองต์ ลองเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา - อิวาน ราคิติช (อาร์ตูร์ 69), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เฟร็งกี้ เดอ ยอง - เซร์จี้ โรเบร์โต้, ลิโอเนล เมสซี่, อันซู ฟาตี (อองตวน กรีซมันน์ น.57)

เทรนเนอร์ : กีเก้ เซเตียน

ผู้ตัดสิน : ฆวน มาร์ติเนซ

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.