7
มิ.ย.
อังกฤพลาดง่าย-พ่ายต่อเวลา!โดนฮอลแลนด์รัวแซงตัดเชือกเนชั่นส์ลีก
23


"สิงโตคำราม" อังกฤษ ต้องช้ำหนักหลังออกนำไปก่อนแต่โดน ฮอลแลนด์ ไล่ตามตีเสมอในเวลาปกติ 1-1 ก่อนเป็น ฮอลแลนด์ ที่นิ่งกว่าไล่อัดช่วงต่อเวลาพิเศษดับซ่า อังกฤษ 3-1 ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (รอบรองชนะเลิศ) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (รอบรองชนะเลิศ)
วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2562
ฮอลแลนด์ 1 - 1 อังกฤษ

(ต่อเวลาพิเศษ ฮอลแลนด์ ชนะ 3-1)


สนาม :
อฟอนโซ่ เอนริเกส, โปรตุเกส

"สิงโตคำราม" อังกฤษ ภายใต้การคุมทัพของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ตัดสินใจจับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ แฮร์รี่ เคน ที่มีอาการบาดเจ็บนั่งบนเก้าอี้สำรองเท่านั้น โดยสามแผงแนวรุกใช้บริการ เจดอน ซานโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่รับบทกัปตันทีม

ทางฝั่ง "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ที่มี โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์บัญชาการ นัดนี้ เน้นเต็มพิกัดเพื่อหวังคว้าแชมป์รายการ เนชั่นส์ ลีก ใช้ระบบเดียวกับผู้มาเยือนคือ 4-3-3 สามดาวยิงล่าสกอร์มี ไรอัน บาเบิล, เมมฟิส เดอปาย และ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น โดยมี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ สวมปลอกแขนกัปตันทีม

เริ่มเกมเป็นอังกฤษได้เขี่ยลูกเริ่มเล่นก่อน นาทีที่ 3 เจดอน ซานโช่ หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนโยกหลอกหนึ่งจังหวะแล้วเปิดบอลโด่งยัดเข้าไปในเขตโทษ ราฮีม สเตอร์ลิง พยายามกระโดดโหม่งแต่ไม่ถึงบอลออกหลังเป็นลูกเตะมุมเพราะก่อนหน้าไปโดนตัวผู้เล่นเจ้าถิ่น และ จากลูกเตะมุมบอลไปเข้าทาง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่เติมขึ้นมาตะบันเต็มข้อทิศทางไม่ดีเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 8 ฮอลแลนด์ได้ลุ้น สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัย 21 ปีจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ได้โอกาสตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายกลางกรอบเขตโทษแบบเน้นๆ แต่ดันวางเท้าไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาเหลือเกินก่อนไหลไปเข้ามือ จอร์แดน พิคฟอร์ด รับไว้อย่างง่ายดาย

ผ่านมาถึงนาทีที่ 21 ฮอนแลนด์ ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ เมมฟิส เดอปาย กระชากจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษอังกฤษ แล้วหวดด้วยเท้าขวาระยะประมาณ 16 หลาแต่ทิศทางยังคงไม่ดีไปตรงตัว พิคฟอร์ด รับเข้าซองไว้ได้อีกครั้ง

ดูเหมือนว่าเป็นฝั่งอัศวินสีส้มที่ครองเกมได้มากกว่า นาทีที่ 24 สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น เปิดบอลลอยโด่งจากทางด้านข้างเลยไปเข้าหัว ไรอัน บาเบิล ที่ขึ้นโขกยัดหวังต่อให้ เมมฟิส เดอปาย แต่ไม่ตรงบอลเลยไปถึง พิคฟอร์ด รับไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 30 อังกฤษ ได้ลูกที่จุดโทษ เมื่อ มาไตส์ เดอ ลิกท์ พลาดท่าถูก มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้ความเร็วควบแซงถึงบอลก่อนทำให้ เดอ ลิกท์ เตะเข้าไปที่ข้อเท้า แรชฟอร์ด ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกจุดโทษและควักใบเหลืองให้กองหลังจากอาแจ็กซ์อีกด้วย

จากจังหวะดังกล่าวเป็น แรชฟอร์ด ลุกขึ้นมารับบทเพชรฆาตรสังหารจุดโทษและไม่พลาดแปเน้นๆ เสียบมุมทางฝั่งขวาของตัวเอง โดย ยาสเปอร์ ซิสเลสเซ่น เดาใจผิดพุ่งไปคนละทาง อังกฤษ ออกนำ 1-0

นาทีที่ 37 สิงโตคำราม เกือบได้ประตูที่สอง เจดอน ซานโช่ โชว์สดกระชากผ่านผู้เล่นเจ้าถิ่นถึงสามคนก่อนแทงบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปง้างเท้าหวดเต็มข้อแต่โดย เดนเซล ดัมฟรี่ส์ ยื่นเท้าเข้าถึงบอลก่อนทำให้ แรชฟอร์ด เตะเข้าที่ข้อขา ดัมฟรี่ส์ กลายเป็นลูกฟาวน์

นาทีที่ 43 ฟาเบียน เดลฟ์ ได้ตะบันไกลระยะประมาณ 25 หลาบอลพุ่งทะยานแรงแต่ไปตรงตัว ซิสเลสเซ่น นายด่ายเจ้าถิ่นรับไว้ได้ไม่มีปัญหา

ใบเหลืองแรกของเกมเกิดขึ้นนาทีที่ 45 เป็นของ เดนเซล ดัมฟรี่ส์ แข้งฮอลแลนด์วิ่งเข้ามากระแทกใส่ เบน ชิลเวลล์ ที่พยายามขึ้นโหม่งบอลทำให้ ซิลเวลล์ ร่วงลงกระแทกพื้นอย่างจังส่งผลให้เกมหยุดไปชั่วขณะ

ช่วงชดเชยเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ฮอลแลนด์ ได้ลูกเตะมุม ดาเล่ย์ บลินด์ เปิดโด่งเลยไปเข้าหัว มาไตส์ เดอ ลิกท์ ขึ้นโขกโล่งๆ แบบไร้ตัวประกบแต่สะบัดหัวมากไปบอลหลุดออกด้านข้างไม่ถึง 2 หลา

จบครึ่งแรก อังกฤษ ออกนำ ฮอลแลนด์ ไปก่อน 1-0 จากการสังหารจุดโทษของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

อังกฤพลาดง่าย-พ่ายต่อเวลา!โดนฮอลแลนด์รัวแซงตัดเชือกเนชั่นส์ลีก

ครึ่งหลังทีมชาติอังกฤษส่ง แฮร์รี่ เคน ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนเริ่มเกมนาทีที่ 46 ขณะที่ฝั่งฮอลแลนด์ โรนัลด์ คูมัน ยังคงไม่มีการขยับตัวผู้เล่นแต่อย่างใด

นาทีที่ 49 ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นก่อนชิพบอลแต่ไม่ผ่านตัวบอลออกหลังไป แต่ผู้ตัดสินรับสัญญานจากไลน์แมนเป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 54 เจดอน ซานโช่ หวิดบวกสกอร์เพิ่มให้อังกฤษเมื่อได้โขกโล่งๆ ระยะไม่ถึง 8 หลาแต่ดันไปตรงตัว ซิสเลสเซ่น รับไว้ได้ไม่พลาด

นาทีถัดมา ฮอลแลนด์ พลาดได้ประตูตีเสมอไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ เดอปาย ฉกบอลจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ ได้และซัดเต็มข้อนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งดุจจรวด แต่ถูกปฏิเสธโดย จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ยังโชว์ความนิ่งปัดออกไปได้พ้นเขตอันตราย

นาทีที่ 61 อังกฤษ เปลี่ยนผู้เล่นคนที่สองโดยเอา เจดอน ซานโช่ ออกแล้วส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงเล่นแทน

อังกฤพลาดง่าย-พ่ายต่อเวลา!โดนฮอลแลนด์รัวแซงตัดเชือกเนชั่นส์ลีก

นาทีที่ 69 สิงโตคำราม ได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกด้านข้างที่เปิดยัดเลยไปถึง แฮร์รี่ เคน ขึ้นเบียดเอาชนะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก่อนสะบัดโหม่งเล่นทางแต่เหมือนโดนไม่ถนัดบอลหลุดออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยความพยายาม ฮอนแลนด์ มาตีเสมอเป็น 1-1 จนได้นาทีที่ 73 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เมมฟิส เดอปาย เปิดยัดเข้าไปในเขตโทษทีมเยือนและเป็น มาไตส์ เดอ ลิกท์ วิ่งเข้ามาโขกเต็มหัวบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปไม่เหลือซาก

ดูเหมือนจะได้ใจฮอนแลนด์หวิดแซงนำ ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค มิดฟิลด์อนาคตไกลตัวสำรองได้แปบอลในเขตโทษอังกฤษระยะไม่ถึง 10 หลาแบบโล่งๆ แต่บังคับบอลไม่ดีเหินข้ามคานออกไปเหลือเชื่อ

นาทีถัดมา อังกฤษ ตอบโต้ขึ้นมาบ้าง แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัดจังๆ แต่โดนแข้งเจ้าถิ่นล้มตัวบล็อกบอลเอาไว้ได้

นาทีที่ 77 แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนผู้เล่นคนสุดท้ายโดยส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาแทน ฟาเบียน เดลฟ์

นาทีที่ 85 สิงโตคำรามพลาดโอกาสขึ้นนำเมื่อรอสส์ บาร์คลี่ย์ จ่ายบอลสุดคมให้ เจสซี่ ลินการ์ด หลุดเข้าไปแปบอลสวนตัว ซิสเลสเซ่น เข้าไปกองก้นตาข่าย เมื่อดูภาพช้าเหมือนว่าก้ำกึ่งล้ำหน้าผู้ตัดสินจึงเรียกดู วีเออาร์ และให้ลูกนี้เป็นการล้ำหน้า เหตุปลายเท้า ลินการ์ด อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเพียงเศษเสี่ยวเท่านั้น

นาทีที่ 87 วีเออาร์ ได้ทำงานอีกครั้งเมื่อ เดนเซล ดัมฟรี่ส์ เติมขึ้นไปเปิดบอลริมเส้นฝั่งขวาแล้วเกิดไปโดนตัว เบน ชิลเวลล์ เมื่อดูภาพช้าลูกบอลโดนหลัง ซิลเวลล์ เต็มๆ ผู้ตัดสินขึ้นให้เล่นต่อตามปกติ

อังกฤษ ได้ลุ้นอีกครั้งนาทีที่ 90 แฮร์รี่ เคน ได้กลับตัวหวดด้วยเท้าขวากลางกรอบเขตโทษบอลพุ่งหลุดออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย

เกมนี้ทดเวลาออกไปถึง 7 นาที และ นาทีที่ 90+2 เจสซี่ ลินการ์ด ได้เอี้ยวตัวแปบอลหวังปั่นโค้งเสาไกลแต่ไม่เป็นดั่งใจบอลหลุดออกด้านข้างไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 90+4 อัศวินสีส้มหวิดได้ประตูขึ้นนำ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ฉกบอลจากเท้า จอห์น สโตนส์ แล้วกระชากจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนส่งย้อนมาให้ เดอปาย ที่ล้มตัวยิงแต่โดนไม่ดีบอลเหินข้ามคานไร้จุดหมาย

นาทีที่ 90+6 อังกฤษ ตอบโต้กลับมาบ้าง ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ปั่นด้วยเท้าขวาบอลโค้งหลุดข้ามคานออกไปนิดเดียว

จบครึ่งหลังทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาทีโดยแบ่งออกเป็นสองครึ่ง ครึ่งละ 15 นาที

มาลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก นาทีที่ 94 ฮอลแลนด์ ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม เดอปาย เปิดเลยไปเข้าหัว ฟาน ไดค์ โหม่งเต็มๆ บอลพุ่งเข้ากรอบแต่ไม่ผ่านแผงหลังอังกฤษสกัดออกไปได้

นาทีที่ 95 ฮอลแลนด์ ได้ลูกฟรีคิกริมฝั่งซ้ายระยะประมาณ 24 หลา เมมฟิส เดอปาย ปั่นเต็มข้อแต่ทิศทางไม่ดีบอลพุ่งเข้ามือ พิคฟอร์ด รับอยู่หมัด

นาทีที่ 97 ฮอลแลนด์ พลิกแซงนำ 2-1 จากความผิดพลาดของ จอห์น สโตนส์ ที่ออกบอลช้าแล้วโดน เดอปาย เบียดแย้งฉกเข้าไปซัดจ่อๆ แต่ถูก พิคฟอร์ด พุ่งปัดได้ปลายมือในจังหวะแรกแต่เจ้ากรรมไม่พ้นขีดอันตรายและเป็น ควินซี่ โพรเมส แข้งสำรองของอัศวินสีส้มใช้ความเร็ววิ่งเข้ามาซ้ำดาบสอง เมื่อดูจากทิศทางแล้วไม่น่าจะตรงกรอบแต่บอลดันไปโดนขา ไคล์ วอล์คเกอร์ เปลี่ยนทางกระดอนข้ามตัว พิคฟอร์ด เข้าไป

จบครึ่งแรกของการทดเวลาพิเศษ เป็น ฮอลแลนด์ ที่แซงนำ อังกฤษ 2-1 ต้องมาลุ้นระทึกกันต่ออีก 15 นาทีที่เหลือ

นาทีที่ 107 แฮร์รี่ เคน พยายามกระชากบอลเข้าไปบวกสกอร์แต่โดน มาไตส์ เดอ ลิกท์ ล้มตัวใช้เท้ากวาดบอลออกหลังไว้ได้

ฮอลแลนด์ ได้ประตูนำห่าง 3-1 นาทีที่ 114 จากจังหวะผิดพลาดอีกครั้งของผู้เล่นอังกฤษคคราวนี้เป็น รอสส์ บาร์คลี่ย์ ที่จะส่งคืน พิคฟอร์ด แต่น้ำหนักเบาและเป็น เดอปาย ที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดีได้ครองบอลก่อนส่งย้อนไปให้ ควินซี่ โพรเมส แปบอลแบบไม่จับโล่งๆ เข้ากลางประตู

ช่วงเวลาที่เหลืออังกฤษพยายามโหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังทวงประตูคืนแต่ไม่เป็นผล จบเกม ฮอลแลนด์ พลิกแซงคว้าชัยเหนือ อังกฤษ ช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-1

ส่งผลให้คู่ชิงชนะเลิศ ศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เป็นการพบกันระหว่าง โปรตุเกส กับ ฮอลแลนด์ จะทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. ส่วน อังกฤษ ต้องไปชิงอันดับ3 กับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันเดียวกัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ฮอลแลนด์ (4-3-3) :
ยาสเปอร์ ซิสเลสเซ่น - เดนเซล ดัมฟรี่ส์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มาไตส์ เดอ ลิกท์, ดาเล่ย์ บลินด์ - จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, เฟรงกี้ เดอ ย็อง (เควิน สตรอทมันน์ น.114), มาร์เท่น เดอ โรน (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค น.68) - ไรอัน บาเบิล (ควินซี่ โพรเมส น.68), เมมฟิส เดอปาย, สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น (ดาวี่ พร็อปเปอร์ น.90)

อังกฤษ (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลเวลล์ - รอสส์ บาร์คลี่ย์, เดแคลน ไรซ์ (เดเล่ อัลลี่ น.105), ฟาเบียน เดลฟ์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.77) - เจดอน ซานโช่ (เจสซี่ ลินการ์ด น.61), ราฮีม สเตอร์ลิง, มาร์คัส แรชฟอร์ด (แฮร์รี่ เคน น.46)

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.