
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล - สเปอร์ส วันที่ : 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1 สนาม : แอนด์ฟิล อัตราต่อรอง : ลิเวอร์พูล ต่อครึ่งลูก
ผลงานของทั้งสองทีมที่พบกัน
18/09/11 สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 4-0 15/05/11 ลิเวอร์พูล แพ้ สเปอร์ส 0-2 28/11/10 สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 21/01/10 ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส 2-0 16/08/09 สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 24/05/09 ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส 3-1 13/11/08 สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 4-2 02/11/08 สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 11/05/08 สเปอร์ส แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 07/10/07 ลิเวอร์พูล เสมอ สเปอร์ส 2-2
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุด
ลิเวอร์พูล 01/02/12 ชนะ วูล์ฟส์ 3-0 เยือน 28/01/12 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เหย้า 26/01/12 เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2 เหย้า ลีก คัพ 22/01/12 แพ้ โบลตัน 1-3 เยือน 14/01/12 เสมอ สโต๊ค 0-0 เหย้า ฟอร์มเกมเหย้าในลีก แข่ง 11 ชนะ 4 เสมอ 7 แพ้ 0 ได้ 14 เสีย 8 มี 19 แต้ม
สเปอร์ส 01/02/12 ชนะ วีแกน 3-1 เหย้า 28/01/12 ชนะ วัตฟอร์ด 1-0 เยือน 22/01/12 แพ้ แมนฯซิตี้ 2-3 เยือน 14/01/12 เสมอ วูล์ฟส์ 1-1 เหย้า 12/01/12 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 เหย้า ผลงานเกมเยือนในลีก แข่ง 11 ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 3 ได้ 17 เสีย 18 มี 20 แต้ม
ผลงาน 6 นัดหลังสุดในลีก
ลิเวอร์พูล เกมเหย้า - แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 0 ได้ 4 เสีย 2 มี 5 แต้ม เกมเยือน - แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 2 ได้ 4 เสีย 6 มี 3 แต้ม
สเปอร์ส เหย้า - แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 0 ได้ 6 เสีย 2 มี 7 แต้ม เยือน - แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 5 เสีย 4 มี 4 แต้ม
สถิติน่าสนใจ * หาก สเปอร์ส บุกมาชนะลิเวอร์ได้ จะส่งผลให้พวกเขาเก็บชัยเหนือ "หงส์แดง" ได้ทั้งไปและกลับ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน * นอกจากนี้ 5 ครั้งหลังที่พบกันในลีก สเปอร์ส ชนะถึง 4 และแพ้แค่ 1 * อย่างไรก็ตาม ชัยชนะ 2-0 สำหรับ "ไก่เดือยทอง" ที่แอนฟิลด์ เมื่อซีซั่นก่อน เพิ่งเป็น 3 แต้มแรกที่นี่มนรอบ 17 เกม * ลิเวอร์พูล ยังไม่แพ้ใครในรังนับตั้งแต่เปิดซีซั่นนี้มา แต่เสมอไปแล้วถึง 7 ครั้ง สภาพความพร้อมล่าสุด
ฝั่ง เคนนี่ ดัลกลิช เฮดโค้ช "หงส์แดง" เตรียมต้อนรับการกลับมาของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งซึ่งพ้นโทษแบน 8 นัด ฐานเหยียดผิวเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเป็นตัวเลือก ทว่าต้องชั่งใจดัลกลิช ว่าจะส่งดาวยิงอุรุกวัยลงสนามตั้งแต่แรกเลยหรือไม่ เพราะเคาท์ กับ แคร์โรลล์ กำลังประสานงานกันได้ดี
ขณะที่กัปตันไดนาโม สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้พักเมื่อเกมล่าสุด คาดว่าจะกลับมาลงสนามเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง ทำให้ สเพียริ่ง หรือ เฮนเดอร์สัน จะต้องเป็นตัวสำรอง ทั้งนี้ภาพรวมการจัดทัพคงหนีไม่พ้นหน้าเดิมอย่าง โฆเซ่ เรน่า, ดาเนี่ยล แอ๊กเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง และ แอนดี้ แคร์โรลล์ กองหน้าซึ่งกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้ง
ฝั่ง แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือทีมเยือน เพิ่งได้ดาวยิงตัวใหม่ หลุยส์ ซาฮา มาร่วมทัพเช่นกัน ซึ่งมีลุ้นลงล่าตาข่ายทันที หลังจาก "ไก่เดือยทอง" มีปัญหาขาดแคลกองหน้าทั้ง โรมัน พาฟลิวเชนโก้ ถูกขายทิ้ง, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, อเดบายอร์ และ เจอร์เมน เดโฟ เจ็บ ขณะที่อารอน เลนน่อน ปีกกระดูกเปราะต้องเช็กฟิตเช่นกัน ส่วน วิลเลี่ยม กัลลาส (น่องเช่นเดียวกัน) และ ทอม ฮัดเดิลสตัน (ข้อเท้า) เป็นได้แค่ผู้ชมเท่านั้น รายชื่อ 11 นักเตะตามคาด
ลิเวอร์พูล (4-4-2) : โฆเซ่ เรน่า ; เกล็นน์ จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนี่ยล แอ๊กเกอร์, โฆเซ่ เอ็นริเก้ ; สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาร์ลี อดัม, เจย์ สเพียริ่ง, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ; หลุย ซัวเรซ, แอนดี้ แคร์โรล์
สเปอร์ส (4-2-3-1) : แบร๊ด ฟรีเดล ; ไคล์ วอล์คเกอร์, ยูเนส กาบูล, เล็ดลี่ย์ คิง, เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ ; ซานโดร, สกอตต์ พาร์เกอร์ ; อารอน เลนน่อน, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล ; หลุยส์ ซาฮา วิเคราะห์ / ฟันธง
สเปอร์ส เจอปัญหาขาดดาวยิง หลังจากแนวรุก 2-3 ราย นัดกันเดี้ยง จึงเป็นงานหนักแน่นอน หากคิดเจาะแผงหลังซึ่งค่อนแข็งแข็งแกร่งของ ลิเวอร์พูล จริงอยู่ว่า "ไก่เดือยทอง" มีแดนกลางฝีเท้าเยี่ยมหลายรายที่พอจะทดแทนกับการหายไปของตัวจบสกอร์ อย่างไรก็ตาม มาเจอกับทีมใหญ่ที่เกรดบอลใกล้เคียงกัน ทีมเยือนคงลำเรียงบอลไปข้างหน้าไม่ง่ายนัก ยิ่งไม่มีตัวพักบอลแดนหน้าดีๆ ยิ่งลำบากไปใหญ่ ประกอบกับซีซั่นนี้ "หงส์แดง" ยังไม่แพ้ใครในบ้าน และมักจะทำผลงานกับทีม "บิ๊กเนม" ได้ดี อีกทั้งได้ ซัวเรซ กลับมาอีกครั้ง น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นยอด เชื่อว่าโดยรวมแล้ว เจ้าถิ่นแน่นกว่าเยอะ ดังนั้นอาคันตุกะจากลอนดอนอาจจะพัฒนาขึ้นมามาก แต่การที่พวกเขามาเยือนในสภาพไม่เต็มร้อยแบบนี้ พูดตรงๆคงรอดยาก เรท "ครึ่งลูก" ต่อลิเวอร์พูลดีกว่า ได้เปรียทั้งบรรยากาศในแอนฟิลด์ แถมขุมกำลังพร้อมกว่า น่าเบียดเข้าวินไปได้ ..... ต่อ หงส์
สกอร์ตามคาด : ลิเวอร์พูล 2 - 1 สเปอร์ส
ดบลตันอังเดร วิลลาส โบอาซกุนซือหนุ่ม"สิงโตน้ำเงินคราม" ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งานประตูมือหนึ่งปีเตอร์ เช็ก เจ็บเข่าระหว่างซ้อมต้องพักต่ออีกประมาณ 3 สัปดาห์ คาดว่า โบอาซ จะส่ง ฮิลาริโอ ลงเฝ้าเสาต่อเนื่อง ขณะที่ ฆวน มาตา ปีกตัวใหม่ที่ดึงเข้ามาสดๆร้อนๆ อาจจะมีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรองไปก่อน เพราะเพิ่งซ้อมกับทีมเมื่อวันพุธ เช่นเดียวกับ โรเมลู ลากากู กองหน้าดาวรุ่งที่มีลุ้นลงสนาม
ส่วนที่ไม่มีชื่อแน่นอนก็คือ ดาวิด ลุยซ์ (กล้ามเนื้อต้นขา) รวมทั้ง ไมเคิ่ล เอสเซียง กองกลางพันธุ์ดุ ผ่าหัวเข่าต้องพักยาว ส่วน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกไฟแรง จะติดโทษแบนเป็นนัดสุดท้าย การจัดทัพ มาลูด้า มีสิทธิ์เบียด กาลู เป็น 11 ตัวจริง นอกนั้นพร้อมรบนำโดย จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, รามิเรส, จอห์น โอบี มิเกล, แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส
|